8/31/2556

สาเหตุของโรคหอบหืด

สาเหตุของโรคหอบหืด

         ช่วงที่ไม่มีอาการของโรคหอบหืด ผู้ป่วยจะเหมือนคนปกติ ไม่หอบ ไม่แน่นหน้าอก เล่นกีฬาได้ แต่เมื่อผู้ป่วยได้รับสารที่เป็นภูมิแพ้ผู้ป่วยจะเกิดอาการหอบ แน่นหน้าอก และไอ สำหรับสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้แบ่งได้เป็นหัวข้อดังนี้
  • สารภูมิแพ้ในบ้าน
  • สารภูมิแพ้นอกบ้าน

สารภูมิแพ้ในบ้าน

         แม้ว่าบ้านจะเป็นที่ปลอดภัยสำหรับตัวท่าน หากคุณเป็นโรคหอบหืด บ้านก็อาจจะเป็นแหล่องที่กระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืด คุณควรจะจัดสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม สารก่อภูมิแพ้หลายชนิดเช่น รา เกสรดอกไม้ มลภาวะ ก็สามารถพบได้ในบ้านของท่าน หากคุณทราบชนิดของสารภูมิแพ้ต้องพยายามหลีกเลี่ยงสารภูมิแพ้ต่างๆ เนื่องจากหากได้รับสารภูมิแพ้นานๆทำให้โรคหอบหืดกำเริบเฉียบพลันได้บ่อยและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

Animal Allergen

         สารภูมิแพ้จากสัตว์เลี้ยงเช่น สุนัข แมว หนู นก สารที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ได้แก่ รังแค ขน ปัสสาวะ อุจาระ น้ำลาย หากคุณแพ้คุณควรที่จะป้องกันดังต่อไปนี้

  • ย้ายสัตว์และขนสัตว์ออกจากบริเวรบ้าน ถ้าไม่สามารถย้ายออกจากบ้านให้ เอาขนสัตว์ออกจากห้องนอน
  • ปิดประตูห้องนอนติดเครื่องกรองอากาศที่มีแผ่นกรองHEPAก่อนที่อากาศจะเข้าห้อง
  • ไม่ใช้พรมในห้องนอน
  • อาบน้ำให้สัตว์อาทิตย์ละสองครั้ง
  • ทำความสะอาดบ้านบ่อยๆโดยใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีแผ่นกรองHEPA
  • หู้มปลอกหมอนและเตียงด้วยสารป้องกันภูมิแพ้
  • เลี้ยงปลาได้

About pets and asthma

        โปรตีนจากผิวหนัง ปัสสาวะ อุจาระ น้ำลาย ขนของสัตว์ เช่นสุนัข แมว หนู และสัตว์เลือดอุ่นสามารถกระตุ้นให้กิดโรคหอบหืด วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือไม่นำสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงในบ้าน และทำความสะอาดบ้านทั้งพรมและผ้าม่าน
แต่บางท่านไม่นำสัตว์เลี้ยงไว้ห้องนอน หรือนำเลี้ยงในห้องที่มีพรมสำหรับบางท่านก็ทำให้หอบหืดดีขึ้น
ข้อแนะนำ
  • หาที่อยู่ใหม่ให้สุนัขและแมว
  • ไม่ควรจะให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในบ้าน
  • หากสัตว์เลี้ยงอยู่ในบ้านก็ไม่ควรจะเข้าห้องนอน
  • ไม่ควรจะให้สัตว์เลี้ยงอยู่บนม้านั่ง เตียงนอน
  • ดูดฝุ่นเมื่อผู้ที่เป็นโรคหอบหืดไม่อยู่บ้าน
ไรฝุ่น

        พบไรฝุ่นมากในที่มีความชื้นสูง พบร่วมกับฝุ่นที่มาจากเสื่อ หมอน พรม ผ้าคลุมเตียง เสื้อผ้า ตุ๊กตาควรจัดห้องให้ปลอดฝุ่นวิธีป้องกันไรฝุ่นทำได้ดังนี้
  • หุ้มหมอน เตียง เสื่อด้วยสารป้องกันภูมิแพ้
  • ล้างปลอกหมอน ผ้าคลุมเตียงทุกสัปดาห์โดยใช้น้ำร้อนมากกว่า 55 ํC
  • ลดความชื้นของห้องนอนให้น้อยกว่า 50%โดยใช้เครื่องลดความชื้น
  • นำพรมออกจากห้องนอน
  • ไม่ควรนำตุ๊กตาไว้ในห้องนอน ควรจะล้างทุกอาทิตย์ด้วยน้ำร้อน
  • ดูดฝุ่นทุกสัปดาห์
แมลงสาปCockraches Alergen

        เป็นสาเหตุที่ทำให้หอบหืดเป็นมากขึ้น น้ำลาย ปัสสาวะ อุจาระ ผิวหนังของแมลงสาบเป็นสารภูมิแพ้สำหรับบางคน ควรกำจัดแมลงสาบให้หมดจากบ้าน ไม่ควรเหลือเศษอาหารให้แมลงสาบ อาหารควรเก็บไวในถุงที่ปิดสนิท ควรใช้กับดักหรือกรงมากกว่าสารเคมีเพราะอาจเกิดการแพ้ได้ จัดการรูรั่วของประปา

ข้อแนะนำ

  • ทำความสะอาดอ่างล้างจาน โต๊ะสำหรับปรุงอาหาร และโต๊ะสำหรับรับประทานอาหาร
  • ล้างจานให้สะอาดและนำเศษอาหารไปทิ้งนอกบ้าน
  • เก็บอาหารให้มิดชิด
  • การใช้ยาฆ่าแมลงก็อาจจะมีผลเสียต่อผู้ป่วย
Food Allergies

       ผู้ป่วยที่แพ้อาหารนอกจากทำให้เกิดผื่น ปวดท้อง ท้องเสียยังทำให้เกิดอาการหายใจลำบาก วิธีป้องกันคือ จำให้ได้ว่าแพ้อาหารอะไรแล้วหลีกเลี่ยง ให้อ่านสลากเพื่อดูส่วนผสมว่ามีสิ่งที่แพ้หรือไม่ 


       เชื้อรามีมากในที่ชื้น และอากาศถ่ายเทไม่ดี เช่นห้องน้ำ ห้องเก็บของ ควรแก้ไขท่อน้ำที่รั่ว ทำความสะอาดบริเวนที่มีเชื้อรา ลดความชื้นในห้องนอนให้น้อยกว่า50%
  • ทำความสะอาดบริเวณที่คิดว่ามีเชื้อรา เช่นห้องน้ำ ห้องครัวอาจจะใช้ยาฆ่าเชื้อรา
  • ระบบถ่ายเทน้ำต้องไม่มีการขัง
  • ใช้เครื่องลดความชื้น
  • ใช้พัดลมดูดอากาศในห้องน้ำ ห้องครัว
  • ลดการปลุกต้นไม้ ใช้ดอกไม้พลาสติกแทนดอกไม้จริง
  • ทำความสะอาดท่อระบายน้ำทุก 5 ปี
สารเคมี

      สารเคมีที่ใช้ในบ้านอาจจะกระตุ้นให้อาการหอบหืดเป็นมากขึ้น เช่น กลิ่นสี ยาฆ่าแมลง สเปรย์แต่งผม รวมทั้งควันบุหรี่ ควันจากเตาไฟ

สารNitrogen Dioxide

       ก๊าซไนตรัส ออกไซด์ Nitrogen dioxide (NO2) เป็นก๊ายที่ไม่มีกลิ่น ก๊ายนี้จะทำให้ระคายเคืองต่อตา เยื่อบุจมูก ทางเดินหายใจ และกระตุ้นทำให้เกิดโรคหอบหืด ก๊ายนี้มาจากเตาชนิดต่างๆเช่น เตาแก๊ส เต้าน้ำมันกาด เตาไม้หรือถ่าน ควันเสียรถยนต์ ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดจะทำให้กำเริบได้ และทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจ
ข้อแนะนำ
  • เตาควรอยู่นอกบ้าน
  • หากอยู่ในบ้านให้เปิดเครื่องดูดอากาศทุกครังที่ใช้เตา
โรคหอบหืดที่เกิดจากงาน

       ผู้ที่เปลี่ยนงานแล้วเกิดโรคหอบหืด หรือมีอาการหอบเมื่อเข้าที่ทำงาน แสดงว่าท่านอาจจะแพ้สารเคมีในโรงงาน ผู้ที่ทำงานในโรงงานเหล่านี้จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหอบหืด
  • ผู้ที่แพ้ แป้ง ธัญพืช ไม่ควรมีอาชีพ ช่างทำขนมปัง นักเคมี ชาวไร่
  • แพ้สัตว์ แมลง เชื้อราไม่ควรมีอาชีพ เลี้ยงสัตว์ พนักงานห้องทดลอง
  • แพ้สารเคมี ไม่ควรมีอาชีพ ทำงานเกี่ยวกับน้ำมัน เครื่องเย็น ช่างแต่ผม พนักฟอกย้อม
  • แพ้โลหะ และ Isocynates ไม่ควรทำงานกับการพ่นสีรถยนต์ ตู้เย็น เครื่องพิมพ์
  • ยา ไม่ควรทำงานในโรงงานยา

มลภาวะนอกบ้าน

       มลภาวะนอกบ้านมักจะเกิดจากฝุ่นขนาดเล็กในอากาศที่เกิดจากรถ อุตสาหกรรม ควัน เกสรดอกไม้ เมื่อสูดดมหายใจเข้าไปก็จะกระตุ้นทำให้หอบหืดกำเริบ
ข้อแนะนำ
  • ให้ติดตามสภาพอากาศ หากไม่ดีก็ไม่ควรจะออกนอกบ้าน
  • ตรวจสภาพอากาศก่อนออกกำลังกาย
  • จัดตารางงานในเวลาที่อากาศดี
  • หากอากาศไม่ดีให้อยู่ในบ้าน ปิดหน้าต่าง และเปิดเครื่องปรับอากาศ
  • เฝ้าอาการกำเริบของโรคหอบหืด
สารภูมิแพ้นอกอาคาร Outdoor Allergen

         เมื่ออยู่นอกบ้านคุณไม่สามารถควบคุมสิ่งแวดล้อมได้ คุณไม่สามารถทำความสะอาดสนามหญ้า หรือใช้เครื่องกรองอากาศ แต่สิ่งที่คุณสามารถทำได้ก็คือการรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงสภาวะบางอย่าง สิ่งแวดล้อมนอกบ้านที่เป็นปัญหาได้แก่เกสรดอกไม้ หญ้า ต้นไม้ สปอร์ของรา

เชื้อรา Moulds

        เชื้อราสามารถให้หอบหืด โดยเฉพาะสปอร์ของเชื้อราสามารถลอยไปในอากาศ เมื่อคนที่เป็นโรคหอบหืดสูดดมเข้าไปจะเกิดอาการ จาม คัดจมูก แน่นหน้าอก ไอ จนกระทั่งหอบหืด หากท่านแพ้เชื้อราควรจะปฏิบัติดังนี้
  • เก็บกวาดหญ้าให้สะอาดหลังจากการตัดหญ้า
  • เก็บกวาดใบไม้ที่ร่วงล่นให้หมด
  • เก็บกวาดขยะ กระป๋องรอบบ้านให้หมด รวมทั้งวัสดุที่จะอุ้มน้ำ
  • ทางเดิน หรือสนามหญ้าไม่ควรให้ชื้นตลอดเวลา
เกสรดอกไม้

         เกสรดอกไม้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้บ่อย เกสรอาจจะมาจากดอกไม้ หญ้า เมื่อดูด    เข้าไปก็จะเกิดอาการหอบหืดวิธีป้องกัน
  • ใช้เครื่องกรองอากาศที่มีแผ่นกรองHEPA
  • ช่วงที่มีเกสรดอกไม้มากให้ปิดหน้าต่างและเปิดเครื่องปรับอากาศ
  • งดออกกำลังกายกลางแจ้ช่วงมีเกศรดอกไม้มาก
  • ช่วงที่มีเกสรดอกไม้มากเมื่อกลับถึงบ้านให้เปลี่ยนเสื้อ
  • หลีกเลี่ยงการปลูกต้นไม้ใกล้หน้าต่าง
  • อย่าตากผ้ากลางแจ้ง
  • อย่าดมหรือจับต้องดอกไม้ที่คุณสงสัยว่าจะแพ้
อากาศเย็น

         ผู้ที่แพ้อากาศเย็น หรือการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอาจจะเกิดอาการหอบได้ วิธีป้องกันทำได้โดย
  • ให้หายใจผ่านทางจมูกเพราะจะทำให้อากาศอุ่นขึ้น
  • หากต้องหายใจทางปาก ต้องสวมหน้ากากเพื่อเพิ่มความชื้นให้อากาศ
  • ช่วงอากาศเย็นให้ออกกำลังกายในบ้าน
      ควรหลีกเลี่ยงบุหรี่ ควันไฟ กลิ่นสี กลิ่นน้ำหอม กลิ่นสารเคมี เตาแก๊ส

fitSule Sensitivity 


        ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงเบียร์ ของดอง ผลไม้แห้งเพราะอาจทำให้เกิดหอบหืดได้

Infections 

        ผู้ป่วยหอบหืดควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปีเนื่องจากไข้หวัดใหญ่ทำให้หอบหือเป็นมากขึ้น 

ยา  
        เช่นยา NSAID เช่น aspirin brufen diclofenac ยากลุ่มbetablockเช่น propanolol atenolol metoprolol

Rhinitis/Sinusitis

       ผู้ป่วยที่มีไซนัสอักเสบหรือเยื่อบุจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ควรได้รับการรักษาด้วยยา Antihistamine/decongestant หรือยาพ่นsteroid ทางจมูก

Gastresophageal Reflux

       ผู้ป่วยหอบหืดที่หอบเวลากลางคืนโดยเฉพาะมีอาการแน่นหน้าอกหรือ เรอบ่อยควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาภาวะกรดมากวิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้นได้แก่ งดอาหารและน้ำก่อนนอน3ชั่วโมง ยกหัวเตียง6-8นิ้ว

ภาวะทีกระตุ้นให้หอบ
สารภูมิแพ้
สารระคายเคือง
  • ควันบุหรี่
  • ควันจากการเผาไม้ ถ่านหิน
  • ก๊าซไอระเหย เช่นน้ำมัน 
  • สี
  • การติดเชื้อ
  • การออกกำลังกาย
  • อากาศเปลี่ยน

เครื่องมือที่ช่วยใช้ในโรคหอบหืด  
                    
  • เครื่องดูดฝุ่น ผู้ป่วยหอบหืดที่แพ้ฝุ่นควรใช้ชนิดถุงที่อยู่นอกห้องนอนถ้าผู้ป่วยจะดูดฝุ่นเองควรใส่หน้ากากกันฝุ่น
  • เครื่องกรองอากาศ ใช้เครื่องกรองที่มี HEPA and Electroststic filterวึ่งสามารถกันspore ควันบุหรี่ ฝุ่น แต่ไม่สามารถกันไรฝุ่น สารภูมิแพ้จากแมลงสาบ
  • Humidifier ไม่ควรใช้เครื่องให้ความชื้นในห้องเพราะจะทำให้เกิดไรฝุ่น
  • ไม่ควรใช้เครื่อง Ozone เพราะทำให้เกิดระคายเคืองต่อหลอดลม

8/21/2556

ยารักษาโรคหอบหืด

         ยาที่ใช้รักษาหอบหืด


                     ท่านผู้อ่านที่เป็นหอบหืดต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับคุณสมบัติของยา และข้อบ่ง           ชี้ในการใช้ยา ยารักษาหอบหือแบ่งเป็น2ประเภทคือ

  1. Long-Term Control medications  หรือที่เรียกว่า Controller หรือเป็นยาที่ป้องกันอาการหอบหืด เป็นยาที่ควบคุมโรคระยะยาวหรือยาที่ใช้รักษาโรค เป็นยาที่ต้องได้รับทุกวันเพื่อลดการอักเสบของผนังหลอดลมให้ผลการรักษาได้ดี เป็นยาที่จำเป็นในโรคหอบหืดเรื้อรั้งตั้งแต่ขั้น2ขึ้นไปได้แก่
  • Corticosteroid เป็นยาที่ลดการอักเสบได้ดีที่สุดมีชนิดกิน และ inhaled มีหลายชนิด 
  • Cromolyn sodium and Nedocromil เป็นยาที่ลดการอักเสบได้ปานกลางเหมาะสำหรับเริ่มต้นรักษาในเด็ก
  • Long-acting beta2-agonists ใช้ร่วมกับ inhaled steroid ในการลดอาการหอบเวลากลางคืนออกฤทธิ์นาน12 ชม
  • Theophylline ใช้ sustained-release ร่วมกับ inhaled steroid
  • Leukotriene modifiers ใช้ร่วมกับ inhaled steroid เพื่อคุมโรคหอบหืด

  1. Quick-relief medications หรือที่เรียกว่า Reliever คือยาที่บรรเทาอาการหอบ ยาบรรเทาอาการใช้เมื่อมีอาการ หอบ แน่นหน้าอก ไอ หายใจเสียงดังหวีด ผู้ป่วยควรได้รับยากลุ่มที่ควบคุมโรคในระยะยาวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการหอบ ยากลุ่มนี้ได้แก่
  • Short-acting Beta2-agonistsขยายหลอดลมในเวลา30นาที
  • Anticholinergics ใช้ร่วมกับ Short-acting Beta2-agonists ทำให้คุมอาการได้ดีขึ้นในหอบหืดที่มีอาการมาก
  • systemic corticosteroids ชนิดกิน ใช้ในรายที่หอบมากทำให้หายเร็วขึ้นและป้องกันการหอบซ้ำ
  1. ยาพ่นที่มีส่วนผสมของยาสองชนิด ได้แก่ยาพ่น steroid และยาขยายหลอดลมชนิดออกฤทธิ์นานLong-acting beta2-agonists ซึ่งมีทั้งยาขยายหลอดลม และยาลดการอักเสบทำให้ผลการรักษาได้ดี ยาที่มีในประเทศไทยคือSymbicort และ Seretide ผลเสียของยากลุ่มนี้ได้แก่ ใจสั่น มือสั่น ไอ
ในการเลือกใช้ยาแพทย์จะพิจารณาตามความรุนแรงของโรค ปัญหาที่เกิดคือผู้ป่วยมักจะซื้อยากินเอง และนิยมยาในกลุ่มQuick-relief medications ซึ่งทำให้บรรเทาอาการหอบ แต่ไม่ได้รักษาโรค ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์

8/18/2556

การดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด

    การดูแลตนเอง

                    เนื่องจากโรคหอบหืดเป็นโรคเรื้อรัง มีผลกระทบต่อ ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม การรู้จักดูแลตนเองที่ถูกต้อง ตั้งแต่เริ่มมีอาการ จะช่วยลดภาวะหืดหอบที่รุนแรง ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข การดูแลตนเองเมื่อเริ่มมีอาการ ย่อมดีกว่าเมื่อทิ้งไว้นาน และการป้องกันควบคุมมิให้มีอาการจับหืด ย่อมดีที่สุดโดย

    1. หลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ หรือสารก่อภูมแพ้ เช่น ขนสัตว์ ฝุ่นในบ้านหรือที่นอน ควันบุหรี่ อาหารทะเล ฯลฯ

    2. ดื่มน้ำมาก ๆ วันละประมาณ 8-10 แก้ว เพื่อช่วยในการละลายเสมหะ

    3. ผู้ป่วยโรคหอบหืดจำนวนมากไม่สามารถจะออกกำลังกายได้ดี หรือได้มากเท่า คนปกติ โดยจะเหนื่อย แน่นหน้าอกขึ้นมาภายหลังจากการออกกำลังกายไปพักหนึ่ง

    4. ออกกำลังกาย ควรทำสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง อาจทำโดยถีบจักรยาน , เดิน , ว่ายน้ำ เป็นต้น และเมื่อมีอาการหอบ ควรหยุดออกกำลังกายทันที ดังนั้นก่อนการออกกำลังกาย อาจต้องใช้ยาขยายหลอดลม 5-10 นาที ก่อนการออกกำลังกาย และสังเกตตนเองว่าการออกกำลังกายประเภทใดทำให้เหนื่อยง่าย จึงควรออกกำลังกาย แต่พอควร และสม่ำเสมอ

    5. ฝึกหายใจที่ถูกต้อง เพื่อช่วยลดความรุนแรงขณะมีอาการหอบหืดได้ โดยการหายใจเข้าออกลึก ๆ ยาว ๆ ทางปาก

    6. กินยา หรือพ่นยาตรงตามการรักษาของแพทย์ ไม่ควรหยุดยาเอง เมื่ออาการเริ่มดีขึ้น ทำให้โรคกำเริบได้

    7. ฝึกการบริหารปอด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหายใจ

    8. ควรพบแพทย์สม่ำเสมอ เพื่อได้รับการตรวจสมรรถภาพของปอด เป็นระยะ 

    ท่าที่ช่วยในการบริหารปอด ได้แก่

    ท่าที่ 1   ท่าหายใจด้วยท้อง หรือกระบังลม นอนหงายกับพื้น วางต้นแขนทั้ง 2 แนบลำตัว วางมือบนอก และท้อง งอเข่า 2 ข้าง
    - สูดหายใจเข้าลึก ๆ ทางจมูก ให้หน้าท้องป่องออก และหน้าอกมีการเคลื่อนไหวน้อยมาก
    - ผ่อนลมหายใจออกยาว ๆ ผ่านทางไรฟัน ในขณะที่ปากเผยอออกเพียงเล็กน้อย
    ท่าที่ 2 ท่าพักเหนื่อย จะช่วยให้เหนื่อยน้อยลง เมื่อหายใจไม่ค่อยสะดวก
    - นั่งพัก เอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย
    - วางข้อศอกบนเข่า 2 ข้าง หายใจ เข้าและออกช้า ๆ หรือวิธี
    - นั่งพับเพียบ หมอนวางบนตัก
    -วางแขน และซบหน้าลงบนหมอน
ท่าที่ 3 ท่าโน้มตัว
- นั่งบนเก้าอี้ แล้วโน้มตัวลง มือแตะพื้นขณะหายใจออก
- กลับยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ แยกเป็นตัว V ขณะหายใจเข้า
ท่าที่ 4
    - มือ 2 ข้างประสานท้ายทอย ยกมือลงเอาศอกชิดกัน ขณะหายใจออก กางข้อศอก ขณะหายใจเข้า
      ท่าที่ 5 ใช้ไม้เท้าในท่ายกแขน 2 ข้างขึ้น ขณะหายใจเข้าแล้วยกลงในขณะหายใจออก